แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิญญาณร้องไห้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิญญาณร้องไห้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผี เรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ วิญญาณร้องไห้





พิมพ์มาดา เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกเตือนใจทาสสุรา

น้องเพียวเป็นผู้หญิงที่ดิฉันรู้จัก ถึงจะไม่สนิทสนมแต่ก็ทักทายกันทุกวัน เธออยู่ถัดจากบ้านดิฉันที่ดินแดงไปแค่สองหลัง ตอนเช้าตรู่เวลาออกมาใส่บาตร ก็จะแลเห็นเธอซ้อนรถจักรยานของพี่สาวไปโรงเรียนด้วยกัน เมื่อเห็นดิฉันเธอก็ยิ้ม โบกมือหย็อยๆ

ดิฉันเอ็นดูเธอจริงๆ เห็นกันมาตั้งแต่อนุบาล ตอนนี้จวนจบป.6 เข้า ม.1 แล้ว ซึ่งก็คงไม่แคล้วโรงเรียนใกล้บ้านนี่ล่ะค่ะ ได้ข่าวว่าเรียนเก่ง ชอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ด้วย นับว่าเป็นความหวังของพ่อแม่เชียวละ

ครอบครัวเธอหาเช้ากินค่ำ แม่ขายข้าวแกง พ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย พี่สาววัยรุ่นนั้นถึงจะเรียนไม่เก่งแต่ก็เป็นเด็กดี ช่วยแม่ตัวเป็นเกลียว

ท่าทางครอบครัวนี้คงจะไปได้สวย แต่โชคชะตาก็โหดเหี้ยมกับพวกเขาเหลือเกิน นึกแล้วสงสารจับใจ

เช้าวันหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ย่างเข้าหน้าหนาวแบบนี้ล่ะค่ะ ตอนนั้นดิฉันใส่บาตรเสร็จพอดี ฟ้าสางแล้วล่ะ พระท่านกำลังเดินกลับวัด เกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว พี่พรกับน้องเพียวเพิ่งขี่จักรยานผ่านหน้าไป เรายิ้มทักทายและโบกมือให้กันเหมือนเช่นทุกวัน…

ทันใดนั้น ดิฉันได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์บึ้นๆ มาแต่ไกล และแล้วก็…ปัง! ดังสนั่น

ด้วยความสังหรณ์ใจ ดิฉันรีบวางถาด แล้ววิ่งออกไปชะเง้อมอง…นั่นไง!

ชาวบ้าน 2-3 คนวิ่งผ่าน รวมทั้งคนขับตุ๊กตุ๊ก ที่มารับแม่ของน้องเพียวขนของไปขายตลาด เสียงแม่น้องเพียวกรีดร้องไม่เป็นภาษา คนเป็นพ่อหน้าซีดเผือด ตาเบิกโพลง ทั้งคู่วิ่งไปพร้อมๆ กับชาวบ้าน

ตรงโค้งแรกห่างออกไปราว 20 เมตรนั่น…จักรยานล้มคว่ำ มีมอเตอร์ไซค์ล้มกระเด็นไปคนละทาง ร่างของเด็กสองคนกองอยู่กับพื้นเหมือนตุ๊กตาผ้าที่ใครขว้างทิ้ง

ดิฉันไปถึงพอดีกับที่น้องพรยันตัวลุกขึ้นอย่างมึนงง แต่น้องเพียวที่กระเด็นห่างออกไปซิคะ เลือดกำลังไหลจากศีรษะเป็นลิ่มๆ อย่างน่ากลัว มันแดงฉานนองพื้นถนน ใครบางคนจับเธอพลิกหงาย…ดิฉันเห็นใบหน้าที่เคยน่ารักกลับถลอกปอกเปิก เปื้อนฝุ่น สีหน้านั้นเฉยเมยดวงตาลืมโพลงแต่ไร้จุดหมาย ไร้ชีวิต สงบนิ่งโดยไม่มีวี่แววตระหนกตกใจ…

เธอตายสนิทในชุดนักเรียนประถมปลาย สะพายเป้อยู่ข้างหลัง!

งานศพน้องเพียวเศร้ามาก แม่เป็นลมแล้วเป็นลมอีก ลูกสาวเธอเสียชีวิตเพราะคนเมาเหล้าที่บึ่งมอเตอร์ไซค์โดยใช้ซอยเราเป็นทางลัด

ดิฉันยังจำได้ถึงค่ำคืนที่หนาวเยือก ลมพัดกรูเกรียว ใบไม้แห้งระไปกับพื้นเสียงกรอบกราว…ซอยเราเหงาจับใจ ไฟถนนที่สว่างจ้าไม่ได้ช่วยให้รู้สึกอบอุ่นเลย ผู้คนหลบเข้าบ้านเงียบกริบตั้งแต่หัวค่ำ เด็กๆ ไม่ขี่จักรยานไปซื้อของกินเหมือนปกติ…

พวกเขากลัวผีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ค่ะ

ใครๆ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ฮือๆ ในยามดึกสงัดกัน ทั้งนั้น!

แม้แต่ดิฉันเองก็ยอมรับว่ากลัวมาก ไม่กล้าแม้แต่จะเดินออกจากตัวบ้านไปยังสนามหญ้าเช่นเคย ได้แต่อยู่ในบ้านกับลูกๆ เปิดทีวีเสียงดังๆ และเปิดไฟรอบๆ ด้าน เจ้าหมาตัวเล็กก็เห่าบ๊อกๆ แล้วครางโหยหวน มันเห็นสิ่งที่เราไม่เห็นแน่ๆ

ทุกคนพูดกันว่า น้องเพียวมาแต่เข้าบ้านไม่ได้ มีแต่พ่อกับแม่ของเธอเท่านั้นที่ออกมาชะเง้อหาลูกที่เหลือแต่วิญญาณ และพยายามพาลูกเข้าบ้านแต่ไม่สำเร็จ

น้องเพียวร้องไห้ให้ชาวบ้านได้ยินทุกคืน!!

ในที่สุดซอยเราก็ร่วมใจกันทำบุญครั้งใหญ่ บอกน้องเพียวให้รู้ว่าเธอตายแล้วไปสู่สุคติเถิด ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น

หลังจากคืนนั้น น้องเพียวก็เงียบเสียงไป แต่อีกนานเชียวล่ะกว่าทุกคนจะกล้าออกจากบ้านยามที่ค่ำมืด…

ครอบครัวของน้องเพียงนั้นย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วค่ะ บ้านเดิมก็มีคนมาอยู่ใหม่แล้ว ทิ้งไว้แต่ตำนานและเรื่องเล่าขานที่แสนเศร้า เด็กดีคนหนึ่งซึ่งเป็นความหวังของพ่อแม่ ต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือของคนขี้เมา

ใครชอบดื่มเหล้าดื่มเบียร์ก็เชิญตามสบายนะคะ ไม่มีใครห้ามหวง ขอร้องแต่อย่าขับรถเท่านั้น เพราะอุบัติเหตุเกิดจากความมึนเมามากมายเหลือเกิน…ถ้าเดือดร้อนเฉพาะตัวเอง ก็แล้วไป แต่ส่วนใหญ่พลอยทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ได้รับบาดเจ็บจนถึงเสียชีวิต ส่วนหนึ่งกลายเป็นคนพิกลพิการ หมดอนาคตไปชั่วชีวิต

“ดื่มไม่ขับ” เพื่อตัวของคุณเองและคนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกับคุณด้วยนะ

ขอบคุณ แหล่งที่มาหนังสือพิมพ์

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

ผี เรื่องผี เรื่องเล่าสยองขวัญ วิญญาณร้องไห้

นิรมล เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกในคืนฝันสยอง

เมื่อได้ข่าวคนฆ่าตัวตายทีไรดิฉันจะใจหายทุกครั้ง นับวันก็ยิ่งมีคนคิดสั้น ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองมากขึ้นทุกที ทั้งๆ ที่คนเราต้องเสียชีวิตเพราะโรคร้ายสารพัดอย่างอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีบางคนฆ่าตัวตาย

จิตแพทย์บอกสาเหตุส่วนใหญ่ว่า ถ้าไม่เป็นเพราะรักตัวเองมากเหลือเกิน ก็เกลียดชังตัวเอง เกินไป!

ทุกคนที่คิดสั้นมักจะมีเหตุผลง่ายๆ ว่าหนีปัญหา! หนีความทุกข์! ราวกับรู้แน่ว่าเมื่อสิ้นลมหายใจแล้ว จะไม่ต้องพบกับความเดือดร้อน หรือทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป

แน่ใจหรือคะว่าตายแล้วจะพ้นทุกข์?

ดิฉันมีประสบการณ์สยองในเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเคยคิดฆ่าตัวตายหรอกค่ะ สุนัขข้างถนนยังไม่คิดสั้นนี่นา ถึงจะอดมื้อกินมื้อก็ยังรักชีวิตตัวเอง ล้วนแต่กระเสือกกระสนดิ้นรนเอาชีวิตรอดโดยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ใครคิดสั้นน่าจะดูไว้เป็นตัวอย่างนะคะ!

คือดิฉันได้พบกับวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ในมิติอื่น แสนจะทุกข์โศกจนน่าใจหาย...วิญญาณทุกดวงล้วนแต่เสียใจมากๆ ทั้งนั้น ถ้าเรียกเวลาย้อนกลับได้พวกเขาจะไม่มีวันฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน! แต่สายเสียแล้วค่ะ...เพราะอารมณ์วูบเดียวแท้ๆ

เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ดิฉันเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่แถวถนนเพชรบุรีตัดใหม่หลังจากเรียนจบ ได้งานทำก็ย้ายมาเช่าที่นั่นอยู่คนเดียวเพราะใกล้ที่ทำงานดี

ห้องพักกลางเก่ากลางใหม่ ชอบที่ไม่มีใครมาจุ้นจ้านเหมือนหอพัก อย่างมากเห็นหน้ากันบ่อยๆ ก็ยิ้มให้กัน ทักทายกันคำสองคำแล้วแยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน

พูดถึงเปลี่ยวก็เปลี่ยวน่าดูนะคะ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่มีแต่ทีวีหรือเสียงเพลงเป็นเพื่อน...ท่ามกลางความเงียบเชียบเยือกเย็น คล้ายมีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองอย่างเร้นลับ ไม่ว่าจะกินข้าว ดูทีวี อาบน้ำ หรือแม้แต่ยามหลับนอนก็ตามที!

ดิฉันเป็นคนหัวเก่า เพราะพ่อแม่สั่งสอนมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยอยู่ต่างจังหวัด ว่าให้ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง อย่าลบหลู่ดูหมิ่น ข้อสำคัญคืออย่าลืมสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนเป็นอันขาด เพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวเอง ที่แน่ๆ ดิฉันทำใจแล้วว่าห้องเช่าค่อนข้างเก่าแบบนี้ ต้องมีคนหมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันมาพัก อาจจะหลายสิบคนแล้วได้...เรื่องคนตายน่ะมีแน่...ฆ่าตัวตายน่ะซีคะ!

แค่สัปดาห์แรกดิฉันก็เริ่มฝันร้ายค่ะ!!

ภาพในฝันคือห้องพักนั่นเอง มีคนกลุ่มหนึ่งราว 5-6 คน ทั้งหญิงและชายในวัยหนุ่มสาว กำลังนั่งคุยกันในห้องด้านหน้า ทุกคนหน้าตาเป็นปกติ แต่งตัวคล้ายเพื่อนฝูงเข้ามาเยี่ยมเยียนกัน ไม่มีเลือดหรือร่องรอยบาดแผลอะไรเลย

ที่น่าสยองคือ ดิฉันรู้ว่าพวกเขาทุกคนตายไปหมดแล้ว ภาพที่เห็นเป็นเพียงวิญญาณเท่านั้นเอง!

"ฉันท้องไม่มีพ่อ" ผู้หญิงที่นั่งบอกกล่าว "ไอ้คนที่เป็นตัวการบอกว่าฉันท้องกับใครไม่รู้ แล้วมาโยนบาปให้มัน ทั้งแค้นทั้งเจ็บใจ จะไปทำแท้งก็กลัว จะกลับบ้านก็ไม่กล้าสู้หน้าพ่อแม่เลยคิดว่าตายดีกว่า...ถ้ารู้ว่าพ่อแม่เสียใจแทบจะตายตาม บอกว่าท้องไม่มีพ่อก็ให้อภัย! โธ่...ฉันคงไม่ฆ่าตัวตายแน่ๆ เลย"

ดิฉันไม่ได้ยินเสียงนั้นตามปกตินะคะ แต่คล้ายกับรับรู้ทางจิตมากกว่า!

"ผมเห็นแฟนควงกับคนอื่น" เสียงแหบเครือของชายหนุ่มดังขึ้นมาบ้าง "พอเข้าไปถามเขากลับบอกว่ายังไม่รู้อีกเหรอ? งี่เง่าที่สุด...ผมเมาเละเลย กลับเข้าห้องก็ดื่มต่อ ไม่รู้จะอยู่ทำไม เลยพุ่งออกไปทางระเบียง! เมื่อนึกได้ก็สายเสียแล้ว...ผู้หญิงดีๆ ยังมีอีกมากมาย ทำไมผมคิดสั้นบ้าๆ ยังงั้นก็ไม่รู้"

"ฉันสอบตก อายเพื่อน กลัวพ่อแม่จะเสียใจ..."

"ผมถูกพ่อดุว่าเอาแต่เที่ยวเตร่ คบเพื่อน มั่วเหล้า ไม่รักดี ก็เลย..."

"ฉันเป็นไมเกรน ปวดหัวมาก คิดว่าไม่มีทางรักษา! ถ้ารู้ยังงี้..."

ดิฉันเห็นพวกเขาส่ายหน้าเศร้าๆ ก้มหน้าคล้ายจะซ่อนน้ำตาของความเสียดมเสียดายชีวิตในวัยหนุ่มสาวสุดขีด! แต่ก็สายเสียแล้ว...ภาพของหญิงชายเหล่านั้นค่อยๆ เลือนรางจางหายไป แม้จะไม่หวาดกลัวแต่ดิฉันก็รู้สึกเยือกเย็นวังเวงใจอย่างบอกไม่ถูก

ถ้าใครคิดจะฆ่าตัวตายก็ขอให้เลิกคิดนะคะ...คนที่รักเรา ห่วงใยเราแท้จริงยังมีอยู่...ตัวเองก็ไม่ต้องกลายเป็นวิญญาณที่ต้องร้องไห้ไปตลอดกาลด้วยค่ะ!

ขอบคุณ แหล่งที่มาหนังสือพิมพ์ ข่าวสด


บทความที่ได้รับความนิยม